วิ่งเต้นตำรวจ 2ขั้น ขึ้นตำแหน่ง อย่างไรให้ถูกทาง

วิ่งเต้นตำรวจ 2ขั้น ขึ้นตำแหน่ง อย่างไรให้ถูกทาง

    คำว่า วิ่ง นั้นสำหรับคนทั่วไปก็หมายความถึงการออกกำลังกายโดยการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว โดยการวิ่ง ทั้งการวิ่งจ๊อกกิ้ง วิ่งเทรล วิ่งมาราธอน ก็แล้วแต่ความฟิตของแต่ละคน แต่สำหรับตำรวจนั้น คำว่า วิ่ง นั้นมีความหมายแตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าจะพูดให้ชัดเจนก็คงต้องใช้คำว่า วิ่งเต้น นั่นเอง

       การวิ่งเต้นตำรวจนั้น เกิดจากความไม่เท่าเทียมของการพิจารณาความดีความชอบ โดยใช้ความเหมาะสมจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป หากผู้บังคับบัญชามีคุณธรรม พิจารณาตามความรู้ความสามารถเพียงอย่างเดียว ก็คงไม่มีคนต้องมาคอยประจบประแจง แข่งกันทำงาน ประโยชน์ก็จะตกกับประชาชนมากที่สุด

      แต่ในความเป็นจริงนั้น มนุษย์ก็มีความเห็นแต่ตัวเห็นแต่ได้ คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่ามีการใช้อำนาจกฎหมายแสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้องกันอย่างกว้างขวาง และเป็นที่ยอมรับกันดีสำหรับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพรรคพวกตำรวจด้วยกัน เพื่อนฝูง พี่น้องตำรวจ หรือแม้กระทั่งนักการเมืองที่ต้องการฐานเสียงจากการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกต่างๆ

     นำมาสู่การวิ่งเต้นกันเป็นประเพณี ผู้ที่ปฏิบัติงานตามกฎหมายก็ไม่มีขวัญกำลังใจ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นสิ่งที่ถูกต้องกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่ถูกใจ กลุ่มที่ต้องการผลประโยชน์จากสิ่งผิดกฎหมาย ผู้บังคับบัญชาที่ดีย่อมเป็นที่พึ่งให้กับผู้น้อยที่ต้องการปกป้องศักดิ์ศรีและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย แต่นั่นก็คงอยู่ใสเพียงเล่มหนังสือคุณธรรม จริยธรรม เพราะอำนาจเงินมันช่างหอมหวานและมีแต่คนใจแข็งเท่านั้นที่จะปฏิเสธสิ่งจูงใจเหล่านั้นได้

การวิ่งเต้น คืออะไร

   การวิ่งเต้น จริงๆแล้วก็คือการเข้าหาผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในการลงนามตัดสินใจลงนามในการให้คุณให้โทษแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ว่าจะเป็นขั้นเงินเดือน 2ขั้น การขึ้นตำแหน่ง สารวัตร รองผู้กำกับ ผู้กำกับ รองผู้การ ผู้การ ผู้บัญชาการ หรือการพิจารณาโยกย้ายไปตำแหน่งทำเลทอง หรือพูดง่ายๆว่ารายได้ดีนั่นเอง ส่วนรายได้นั้นมาจากไหนก็คงไม่ต้องพูดกัน เพราะในสังคมไทยล้วนมีคนต้องการความสะดวกสบายโดยการเสียเบี้ยไบ่รายทางให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อแลกกับสิ่งผิดกฎหมายตั้งแต่เรื่องจราจร ไปยันการพนัน หรือจะเป็นสถานบันเทิง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนมีกฎหมายควบคุมซึ่งมีช่องทางในการทำมาหากินของเจ้าหน้าที่อยู่มากมาย การวิ่งเต้น จึงทำเพื่อให้ตนเองได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับตนเองโดยใช้อำนาจจากผู้มีอำนาจนั่นเอง

ทำไมต้อง วิ่งเต้น

   ในวงการตำรวจนั้น หากเราไม่วิ่งเต้น การได้2ขั้นนั้นแทบไม่มีโอกาสเลย เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาจะเห็นว่าเราทำงานโดดเด่นมากๆ และมีความเสียสละต่อส่วนรวมในเรื่องต่างๆอย่างเสมอต้นเสมอปลายเป็นที่ยอมรับโดยชัดแจ้งจากทุกฝ่าย ส่วนการขึ้นตำแหน่งที่สูงขึ้นนั้น มีเพียง 33% เท่านั้นที่ใช้อาวุโสในการขึ้นตำแหน่ง ส่วนอีก 67% เป็นความเหมาะสม ซึ่งในคำว่าเหมาะสมนั้น ผู้มีอำนาจก็เป็นผู้คัดสรรตามวิจารณญาณซึ่งนี่ทำให้คนที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าต้องวิ่งเต้นเพื่อให้อยู่ใน 67% นั้นนั่นเอง

    ส่วนการวิ่งเต้นประจำทุกปีของชีวิตตำรวจก็คือการวิ่งเต้นไปอยู่สถานที่ต่างๆ ตำแหน่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ทางหลวง ปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยี(ปอท.) ตำรวจท่องเที่ยว หรือตำรวจโรงพักที่อยู่ในพื้นที่ที่ดีๆ มีผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งแน่นอนว่าผู้มีอำนาจก็ต้องให้คนของตัวเอง หรือตอบแทนคนที่ฝากฝังเด็กในคาถาไปลงพื้นที่ต่างๆเพื่อหาเงิน และเป็นการสร้างอำนาจ สร้างบุญคุณ ในอีกทางหนึ่งไปพร้อมๆกัน

วิ่งเต้นอย่างไร ให้ถูกทาง

    มาถึงปัญหาของการวิ่งเต้น ว่าจริงๆแล้วเราควรวิ่งเต้นอย่างไรไม่ให้เป็นปัญหาต่อสังคม ไม่ว่าทั้งสังคมตำรวจ และสังคมของประชาชนทั่วไป ก่อนที่เราจะ “วิ่งเต้น” นั้นเราต้องทำหน้าที่ในตำแหน่งของเราให้ครบถ้วนเสียก่อน ไม่จำเป็นต้องดีเลิศ แต่ไม่ให้ใครว่าเราได้ว่าเราบกพร่องในหน้าที่นั่นเอง

1. ทำหน้าที่ให้ครบถ้วน

    ก่อนที่เราจะเริ่มวิ่งเต้น เราต้องปฏิบัติหน้าที่ของเรา ตามตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายให้ครบถ้วน ไม่ขาดตกบกพร่อง และในเวลาราชการที่เราได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งที่ถูกต้องจากผู้บังคับบัญชาก็ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่ตีความเข้าข้างตัวเอง นี่เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่จะไม่ให้ใครว่าเราได้ว่าเราไม่ทำงาน

2. ใส่ใจผู้บังคับบัญชาในสายงาน

    ไม่ว่าเราจะมีเจ้านายเป็นใครก็ตาม ผู้บังคับบัญชาในสายงานของเรา ไม่ว่าจะเป็นกองกำกับการ สถานีตำรวจนครบาล ภูธร กองบัญชาการภาค หรือหน่วยงานใดก็แล้วแต่ เราจะต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาในสายงานอย่างเคร่งครัด เมื่อเราได้รับการโปรโมทจากใครก็ตามผู้บังคับบัญชาในสายงานก็จะไม่โต้แย้งและสนับสนุนเราอีกทางหนึ่งด้วย

3. หาโอกาสให้ตัวเอง

    การหาโอกาสให้ตัวเองนั้น คือการหาคอนเนคชั่นต่างๆ จากรอบตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ร้านค้า เพื่อนฝูง นักธุรกิจ งานของตำรวจที่ปฏิบัติงานหน้าที่ลงพื้นที่นั้น จะมีโอกาสพบปะผู้คนมากมาย ซึ่งหากเราหมั่นทำความดี แนะนำ แก้ไขปัญหาที่เขาต้องการความช่วยเหลือ แน่นอนว่าหากเขารู้จักผู้บังคับบัญชา เขาจะต้องเอ่ยปากชมเชยเราอย่างแน่นอน

4. ไม่บ่ายเบี่ยงงาน

    หากมีผู้บังคับบัญชาเล็งเห็นความสามารถในตัวเรา ต้องการให้เราไปช่วยงานสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานใดที่ไม่ขัดต่อกฎหมายก็ตาม แนะนำว่าให้ตอบรับโดยทันที แม้จะต้องแลกกับเวลา หรือความเสี่ยงใดเพิ่มเติมในการปฏิบัติหน้าที่ แต่หากเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมแล้ว เราก็สมควรที่จะทำ และแน่นอนว่าผู้บังคับบัญชาก็จะส่งเสริมเราไปในทางที่ดีอย่างแน่นอน

5. สูตรลับอื่นๆ

    แน่นอนว่านอกจากการเอางานสู้แล้ว ก็จะมีสูตรลับ หรือสูตรลัดอื่นๆอีกมากมาย แต่ทั้งนี้จะต้องให้ระดับปรมาจารย์ที่เชี่ยวชาญและมีกำลังภายในสูง แน่นอนว่าผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจเหล่านี้จะมีกลุ่มเพื่อนฝูง และมีผู้มีอำนาจใหญ่หรือเรียกว่า ตั๋ว จากเบื้องบนลงมา หากเรามีเส้นสาย หรือเป็นลูกหลานคนใหญ่คนโต แน่นอนว่าการวิ่งเต้นนั้นก็เป็นเรื่องสบายๆอย่างแน่นอน เหมือนดั่งกลอนที่ว่า รับใช้ใกล้ชิด สนิทเหมือนญาติ นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนให้ดีก็พอ

สนับสนุนโดย WinSlot88 สล็อตเครดิตฟรีใหม่ล่าสุด